สารอาหารที่สำคัญที่จะช่วยบำรุงผิวและทำหน้าที่ในการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพให้หลุดออกไปนั้นจะทำให้ผิวหน้าเปล่งปลั่งกระจ่างใส และมีสุขภาพผิวที่ดีนั้นจะช่วยให้ผิวหน้าสวยใสได้ดังใจ ได้อย่างไร??? ไปดูกันเลยค่ะว่าอาหารผิวจากธรรมชาติมีวิธีและสูตรอะไรบ้าง?

1. บำรุงผิวให้ชุ่มชื้น ด้วยชาเขียว
ชาเขียว เครื่องดื่มชาที่เปี่ยมไปด้วยโพลีฟีนอล (Pholyphenols) ถือเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีคุณสมบัติในการฟื้นฟูเซลล์ผิวใหม่ ช่วยลดเลือนรอยฝ้า และจุดด่างดำบนผิวหน้าได้เป็นอย่างดี ไม่เพียงเท่านั้น สกินโทนเนอร์ที่สกัดจากชาเขียวยังสามารถช่วยกำจัดสิ่งสกปรกจากรูขุมขนได้อย่างล้ำลึก ป้องกันการเกิดสิว และบำรุงผิวให้นุ่มชุ่มชื้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ คุณสามารถทำสกินโทนเนอร์ไว้ใช้เองได้ง่ายๆ โดยชงชาเขียว 2 ถ้วยทิ้งให้เย็น จากนั้นเติมน้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่คุณชอบลงไป 2-3 หยด เทส่วนผสมในขวดสเปรย์ นำมาฉีดบนใบหน้าวันละ 2 ครั้ง เท่านี้ก็จะช่วยบำรุงผิวหน้าของคุณ ให้มีความชุ่มชื้น เปล่งปลั่งสดใสได้ค่ะ

 

2. ขมิ้นชันช่วยลดความหมองคล้ำ
คุณผู้หญิงที่มีผิวหน้าหมองคล้ำ และขอบตาดำเหมือนหมีแพนด้า ย่อมอยากมีสูตรหน้าใสมาใช้บำรุงผิวกันอย่างแน่นอน เราขอแนะนำสูตรหน้าใสจากขมิ้นชันค่ะ เพียงนำขมิ้นชั้น 1 ช้อนและน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา ผสมให้เข้ากัน ตามด้วยโยเกิร์ตอีก 1 ช้อนชา คนส่วนผสมจนเข้ากัน แล้วนำมาทาบนผิวหน้า รอบดวงตาและลำคอ พอกไว้ 20 นาทีจึงล้างออกให้สะอาด สูตรนี้จะทำหน้าที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพแล้วให้หลุดออก ให้ผิวขาวกระจ่างใสและช่วยลดการอักเสบของสิวได้อีกด้วยค่ะ

 

3. ว่านหางจระเข้ช่วยสมานแผลเป็น
คนที่อยากมีผิวหน้าและผิวกายเปล่งประกายสดใส ไร้สิว ไร้จุดด่างดำและแผลเป็นจางหาย แนะนำให้ใช้เจลว่านหางจระเข้สด 1/2 ถ้วย น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ ผสมให้เข้ากัน จากนั้นนำมาขัดผิวหน้าและกายให้ทั่วเรือนร่าง สูตรนี้มีคุณสมบัติช่วยทำความสะอาดผิวได้อย่างล้ำลึก ลดเลือนรอยแผลเป็น ผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพให้หลุดออก และช่วยเผยผิวใหม่ที่เปล่งปลั่งกระจ่างใสกว่าเดิมค่ะ

➤ ถ้าคุณอยากมีผิวกายกระจ่างใสและมีผิวหน้าสวยใสสุขภาพดี การใช้สูตรจากธรรมชาติที่กล่าวมานี้จะทำให้คุณสวยใส ปลอดภัยไร้ผลข้างเคียง แถมยังประหยัดเงินในกระเป๋าอีกด้วยนะคะ

 

อย่าลืมกดไลค์แฟนเพจกันด้วยนะคะ www.facebook.com/ข้าวหงษ์ทอง ใส่ใจสร้างสรรค์ข้าวคุณภาพ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here