1. ทบทวนตัวเอง
ให้ลองคิดย้อนว่าหนึ่งปีที่ผ่านมาเราเดินทางถึงเป้าหมายที่อยากทำแล้วหรือยัง เราทำอะไรสำเร็จตามที่หวังตั้งใจแล้วบ้าง ความผิดพลาดที่เราทำให้ตัวเองหรือคนอื่นผิดหวังหรือเสียใจอาจ จะแก้ไขไม่ได้แล้ว แต่เราปรับปรุงใหม่ได้เสมอนะคะ ให้เวลาให้ความสำคัญกับคนที่เรารักและคนที่รักเราให้ มากขึ้น เรียนรู้ตัวเองจากความผิดพลาดเป็นบทเรียนสำหรับเริ่มต้นสิ่งใหม่

2. ใจเย็นๆ ใช้สติมากขึ้น
เรื่องแย่ๆในปีที่ผ่านมาส่วนใหญ่แล้วมักจะเกิดจากเราปรุงแต่งหรืออัพ เลเวลขึ้นมาเอง ไม่เชื่อก็ลองนึกย้อนดูสิคะ ความใจร้อน ขี้หงุดหงิดทำชีวิตเราใกล้พังมาเท่าไหร่แล้ว ทีนี้เรา จะเริ่มต้นปีใหม่…อย่างมีสติได้อย่างไร ? ไม่ยากเริ่มจาก “ไม่เผลอ” ก่อนนะคะ ด้วยการจดจ่อกับสิ่งที่อยู่ข้าง หน้า จดจ่อกับสิ่งที่ตนเองทำโดยไม่มีอารมณ์มาสอดแทรก

จากนั้นให้ “รับรู้ลมหายใจ” เวลาทำงาน ให้รับรู้ลมหายใจ มุ่งอยู่กับสิ่งที่ทำ ตัดความสนใจรอบข้าง ออกจะทำงานได้ดีขึ้น ก่อนจะกินเพลิน ให้รับรู้ลมหายใจ แล้วหยุดคิดสักนิดว่าหิวหรือไม่ เวลาใช้ Social media ให้รับรู้ลมหายใจ แล้วไตร่ตรองก่อนจะ Comment หรือ Share ก่อนจะชอปปิ้ง ให้รับรู้ลมหายใจ และยั้งคิดก่อนว่าสิ่งนั้นจำเป็นต่อชีวิตหรือไม่ ก่อนจะเหวี่ยงคนอื่น ให้รับรู้ลมหายใจ หยุดสักนิดแล้วรีบถอย ออกมาจากตรงที่มีปัญหา หมั่นฝึกให้มากและฝึกให้บ่อย สมองของเราก็จะถูกโปรแกรมใหม่ มีเซลล์สมองใหม่ๆเพิ่มมากขึ้น เกิดวงจรการเรียนรู้ใหม่ ทำให้มีศักยภาพในการคิดและการแก้ปัญหาต่างๆ อดทนมากขึ้นกับทุกสถานการณ์ ที่จะเข้ามาปะทะ

3. ตัดคนที่ไม่ใช่ออกจากชีวิตไปบ้าง
ลองทบทวนดูว่าใครบ้างที่มีแต่สร้างความเดือดร้อนรำคาญใจให้เราตลอดเวลา ถ้าเอาตัวออกห่างได้ชีวิตก็น่าจะดีขึ้น หรือไลน์กรุ๊ปไหนที่เรารู้สึกว่าไม่ใช่ก็แค่ถอยออกมา อย่าไปเสียเวลาดีกว่าค่ะ ชีวิตคนเรามีกันก็แค่สองหมื่นกว่าวัน เอาเวลาไปทำอย่าอื่นเถอะค่ะ

4. เชื่อมั่นในตัวเอง และกล้าตัดสินใจด้วยตัวเองให้มากขึ้น
“You know all those things you’ve always want to do, you should go do them”
ใช่ค่ะ คุณรู้ดีกว่าใครว่าอะไรคือสิ่งที่ คุณอยากทำ ลงมือทำมันซะ ใครที่ต้องปรึกษาคนรอบข้างอยู่เสมอ ก็ควรโตขึ้นได้แล้วตัดสินใจด้วยตัวเอง ไม่ต้องกลัวความผิดพลาด เพราะถึงแม้มันไม่สำเร็จดั่งที่คุณคาดหวังไว้ อย่างน้อยคุณก็จะได้เรียนรู้ได้ ประสบการณ์ และสามารถใช้ชีวิตด้วยลำแข้งของตัวคุณเอง เพราะไม่มีใครจะช่วยเหลือคุณได้ตลอดหรอก

5. ให้อภัย และแบ่งปัน
อย่าปล่อยให้คนที่เคยทำให้เราขุ่นเคืองใจ มายืนเป็นกำแพงขวางกั้นความสุขของเรา การให้อภัยแสดงว่าเราได้ก้าวข้ามผ่านเรื่องแย่ ๆ นั้นมาได้แล้ว มาเริ่มต้นปีใหม่กับการเอาใจเขามาใส่ใจเราให้มากขึ้น บอกกับตัวเองเสมอว่าเราไม่มีเวลาให้กับการโกรธหรือเคียดแค้นใคร ๆ เพราะเวลามีไว้สำหรับทำให้ตัวเองมีความสุขค่ะ และเมื่อมีความสุขแล้ว ก็อย่าลืมแบ่งปันความรู้สึกดี ๆ ให้แก่คนรอบข้างด้วยนะคะ เพราะความสุขยิ่งแบ่งปันไปมากเท่าไหร่ มันก็จะยิ่งกลับเข้ามาหาเราแบบทวีคูณค่ะ

6. ใช้เวลากับเรื่องไร้สาระให้น้อยลง
ในโลกโซเชียลทุกวันนี้มีประเด็นดราม่า และข่าวกอสซิปให้เราได้ติดตามมากมาย พออยู่ในโลกออนไลน์มาก ๆ เราจะเผลอเสพเรื่องเครียด ๆไปแบบไม่รู้ตัว แต่จะให้เลิกเล่นไปเลยคงจะไม่ได้ เพราะสังคมเรายังติดต่อสื่อสารกันทาง Social Media เป็นส่วนใหญ่เพียงแต่เตือนตัวเองให้ใช้น้อยๆ ลง ไม่ติดนิสัยว่างเป็นไม่ได้ต้องคว้ามือถือมาสไลด์ดูโน่นดูนี่ อย่าไปใช้เวลากับมันมากเกินไป ถือเป็นการเซฟดวงตา และป้องกันอาการสมาธิสั้นด้วยค่ะ แล้วลองหาเวลาออกไปสัมผัสธรรมชาติตัดขาดโลกออนไลน์ดูบ้าง ไปพักผ่อนนอนดูภูเขาฟังเสียงคลื่นแล้วคุณจะรู้ว่าธรรมชาติเยียวยาเราได้เสมอ การได้รีเฟรชตัวเองสมองจะปลอดโปร่งขึ้น และคุณอาจได้ไอเดียดี ๆ คิดงานสร้างสรรค์ใหม่ ๆ แบบที่คุณคาดไม่ถึงเลย ก็ได้นะคะ

7. ตั้งเป้าหมายแต่ไม่กดดัน
เมื่อคนเรามีความมุ่งมั่นสูง พอใกล้ ๆ ปีใหม่ก็มักจะเอาฤกษ์เอาชัย ตั้งเป้าหมายใหญ่ที่จะต้องพิชิตให้ได้ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไรนะคะ เพราะคนเราก็มักจะมีสิ่งยิ่งใหญ่ที่อยากทำ เพียงแต่ถ้าเรามีแต่เป้าหมายใหญ่ๆ ไม่มีเป้าเล็กๆ เลย ผ่านไปสักพักเราจะรู้สึกท้อเพราะใกล้กลางปีแล้ว ยังทำเป้าหมายใหญ่ไม่สำเร็จสักที

ดังนั้นลองตั้งเป้าหมายเล็ก ๆ ไว้บ้าง โดยแบ่งเป้าหมายออกเป็นช่วงๆ ยกตัวอย่าง เป้าหมายท๊อปฮิตคือออกกำลังกาย ลดความอ้วน สมมุติปีหน้าเราอยากลดน้ำหนักลง 6 กิโล เราก็แบ่งไว้ว่าทุกๆ 2 เดือน เราจะลดน้ำหนักให้ได้ 1 กิโล ซึ่งมันดูไม่ยากในการสำเร็จเป้าหมายอย่างสม่ำ เสมอและก้าวไปข้างหน้าได้มากกว่ามองมันเป็นเป้าใหญ่ๆค่ะ “We cannot become what we want to be by remaining what we are.” เราไม่สามารถเป็นแบบที่เราอยากเป็นได้ ตราบใดที่เรายังเป็นแบบเดิม ดังนั้นในโอกาสปีใหม่นี้ลองเปลี่ยนวิธีคิดสร้างคุณภาพใหม่ให้แก่จิตใจ ที่มีความตื่นรู้และเท่าทันความเป็นจริงของชีวิต พร้อมกับมีน้ำใจเกื้อกูลเข้าอกเข้าใจผู้อื่น และหวังว่าปีใหม่นี้คุณจะมีจิตใหม่ที่ได้ปลดเปลื้องอารมณ์เก่า ๆ ที่สั่งสมในจิตใจไม่ว่าความ เศร้า ความท้อแท้ ความวิตกกังวล ความโกรธ ความเกลียด พร้อมมองไปข้างหน้าด้วยจิตที่สดใสเปี่ยมไป ด้วยความสุขและทรงพลังค่ะ

 

อย่าลืมกดไลค์แฟนเพจกันด้วยนะคะ www.facebook.com/ข้าวหงษ์ทอง ใส่ใจสร้างสรรค์ข้าวคุณภาพ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here