เคยมั้ยคะที่คุยกับเด็กสมัยนี้ไม่รู้เรื่อง เคยมั้ยคะที่อยากจะพยายามเป็นเพื่อนกับเขาแต่เราไม่เข้าใจ เพราะอะไรเหรอคะ ก็เพราะว่าด้วยช่วงยุคสมัยของคุณกับเขานั้นต่างกัน ทำให้ความคิด การกระทำ ไม่ตรงใจกันสักเท่าไหร่นั่นเอง ปัจจุบันมีการแบ่งพัฒนาการของวัยในแบบต่าง ๆ ออกเป็น เจเนอเรชั่น อย่างเช่น รุ่น Baby boom (Gen B) , Gen X , Gen Y และ Gen Z เพื่อให้คุณเข้าใจและตามวัยรุ่นให้ทัน วันนี้เรามีเรื่องจริงวัยรุ่นยุคใหม่มาฝากกันค่ะ

1. ไม่ได้อยากติดมือถือ แต่แค่อยากให้คนอื่นยอมรับ
เราต้องยอมรับนะคะว่าสมาร์ทโฟนแทบจะเป็นอวัยวะส่วนที่ 33 ของร่างกายไปแล้ว ตื่นเช้ามาสิ่งที่ทำอย่างแรกคือ เปิดโทรศัพท์มือถือ เชคดูว่ามีข้อความ เชคไลน์ เฟสบุ๊ค อินสตาแกรม ดูว่ามีอะไรอัพเดทบ้าง ขนาดตัวเราเองยังติดสมาร์ทโฟนกันถึงขนาดนี้ เด็กวัยรุ่นก็ไม่ต่างไปจากเราหรอกค่ะ พวกเขาเสพติดการออนไลน์ได้ง่าย ครึ่งหนึ่งของเด็กวัยรุ่นเล่นออนไลน์เฉลี่ยวันละ 10 ชั่วโมงต่อวัน ดูยูทูปวันละ 2 ชั่วโมง และร้อยละ 80 กระวนกระวายเมื่อต้องอยู่ไกลจากอุปกรณ์สื่อสารของตัวเอง นั่นเพราะว่าพวกเขาอยากเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มเพื่อน และอยากได้รับการยอมรับจากเพื่อน ๆ พวกเขาจะแสดงออกด้วยการคุยไลน์ หรือการโพสต์เฟสบุ๊คตลอดเวลา หรือต้องอัพเดตวิดีโอที่มีในยูทูปเพื่อไม่ให้ตกเทรนด์เวลาที่คุยกับเพื่อน ๆ ที่โรงเรียน

2. ชอบทำหลายอย่างพร้อมกัน เพราะถูกทำให้ไขว้เขว้ง่าย
การทำกิจกรรมหลายอย่างได้พร้อม ๆ กัน เด็กรุ่นใหม่จะมองว่าเป็นเรื่องที่เก่ง เช่น การทำการบ้าน ฟังเพลง ดูทีวี แชทกับเพื่อน และคุยกับแม่ไปพร้อม ๆ กัน แต่จริง ๆ แล้วการที่ในช่วงเวลาหนึ่งเราทำกิจกรรมหลายอย่างพร้อมกันแต่ไม่เสร็จสักอย่างนั้นแปลว่า ณ ตอนนั้นเราถูกทำให้เสียสมาธิจากสิ่งที่เรากำลังจดจ่ออยู่ พฤติกรรมนี้ส่งผลทำให้เด็กรุ่นใหม่ชอบสลับกิจกรรมไปมา การไม่มีสมาธิทำให้ประสิทธิภาพในการรับรู้และการทำงานแต่ละชิ้นลดลงโดยที่ไม่รู้ตัว ซึ่งปัจจัยที่มีผลเป็นอย่างมากคือโซเชียลมีเดียทั้งหลายที่จะคอยรบกวนสมาธิอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นเวลาที่น้อง ๆ กำลังทำการบ้าน หรือทำงานที่ต้องใช้สมาธิสูงควรนำมือถือให้อยู่ห่างไกลตัวจะช่วยเพิ่มสมาธิให้น้อง ๆ ได้มากขึ้นค่ะ

3. ดูเหมือนดื้อและก้าวร้าว จริง ๆ แล้วแค่ต้องการรู้เหตุผล
ในยุคที่เราสามารถหาข้อมูลทุกอย่างได้ด้วยมือถือเพียงเครื่องเดียว ทำให้เด็กรุ่นใหม่สามารถค้นหา หรือเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเอง พวกเขาจึงถูกฝึกให้มีความคิดเป็นของตัวเอง และมีการประมวลผลข้อมูลต่าง ๆ ได้มากกว่าเด็กในยุคก่อน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยค่ะ ที่คุณพ่อคุณแม่จะได้ยินคำถามว่า “ทำไม” หรือคำถามว่า “เพราะอะไร” พวกเขาไม่ได้คิดที่จะทำตัวดื้อหรือทำตัวก้าวร้าวใส่คุณ เพียงแต่ว่าพวกเขาอยากได้เหตุผล หรือข้อมูลเพิ่มเติมว่าทำไมเขาควรจะต้องทำสิ่งนั้น หรือทำไปแล้วมันจะได้ประโยชน์อะไร ถ้าคุณตอบเพียงว่า ทำไปเถอะเพราะแม่สั่ง อาจจะทำให้เด็กรุ่นใหม่รู้สึกว่าคุณไม่เคารพในความเห็นส่วนตัวของเขา แต่ถ้าคุณใจเย็นสักนิดและค่อย ๆ อธิบายถึงเหตุผลแค่เพียงครั้งเดียว และเมื่อน้อง ๆ ได้เข้าใจอย่างถ่องแท้แล้ว รับรองว่าคุณอาจจะไม่ต้องบ่นเรื่องนั้นซ้ำ ๆ อีกเลยค่ะ

4. ความอดทนสั้น ไม่ชอบฟัง แต่เข้าใจได้เร็ว
ชีวิตดิจิทัลที่รวดเร็ว มีสิ่งต่าง ๆ รอบตัวที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้มากมายเต็มไปหมด ทำให้เด็กรุ่นใหม่เกิดมาในสังคมที่แทบจะไม่ต้องรออะไรเลย หรือใช้เวลาในการรอคอยน้อยมาก ดังนั้นจึงไม่แปลกค่ะ ถ้าเด็กรุ่นใหม่จะมีความอดทนในการรอคอยที่น้อยกว่า รวมทั้งการเรียนรู้ หรือการฟัง เด็กรุ่นใหม่จะฟังได้ไม่นาน จะสังเกตเห็นว่าการเรียนการสอนแบบใหม่ จะเน้นการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ หรือผ่านการทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อที่จะทำให้เด็กไม่เบื่อ แต่คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องห่วงนะคะ ถึงแม่เด็กรุ่นใหม่ดูเหมือนจะตั้งใจฟังน้อย แต่บอกได้เลยว่าพวกเขาฉลาดและหัวไวมากเลยค่ะ

เห็นมั้ยคะว่าเพียงแค่เข้าใจ เอาใจเขามาใส่ใจเรา ยอมรับในความแตกต่างของความคิดระหว่างเจเนอเรชั่น คุณก็สามารถตามวัยรุ่นสมัยนี้ทันและอยู่ร่วมกับพวกเขาได้อย่างมีความสุข รับรองค่ะว่าพวกเขาจะทำให้คุณเซอร์ไพรส์ในความสามารถได้ทุกวันเลยทีเดียวค่ะ

 

อย่าลืมกดไลค์แฟนเพจกันด้วยนะคะ www.facebook.com/ข้าวหงษ์ทอง ใส่ใจสร้างสรรค์ข้าวคุณภาพ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here